All for Joomla All for Webmasters
ติดต่อ ItchyFeetThai ( Mon-Fri 9:00-18:00 )
02-150-2450
Menu

ท่องเที่ยวตุรกี – เที่ยวตุรกีด้วยตนเอง

10สถานที่ท่องเที่ยวในตุรกีที่ไม่ควรพลาด

ประเทศตุรกีหนึ่งในดินแดนในฝันของนักท่องเที่ยว ตุรกีเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานกว่า 2500 ปีก่อนคริสตกาล ตั้งอยู่ระหว่างคาบสมุทรบอลข่านในยุโรป และคาบสมุทรอานาโตเลียในเอเชีย จัดว่าเป็นประเทศเดียวของโลก ที่ตั้งอยู่ระหว่าง 2 ทวีป ที่มีความงดงามของสถาปัตยกรรมเป็นเลิศและยังมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่ไม่ควรพลาด อย่ามัวรอช้า เราไปดูกันดีกว่าว่าสถานที่ท่องเที่ยวในตุรกีที่ไม่ควรพลาด 10 แห่งนั้น มีอะไรบ้าง

 

1.วิหารเทพีอาร์เทมิส

มหาวิหารอาร์เทมิสเป็นวิหารที่ชาวกรีกร่วมกันสร้างโดยใช้เวลาสร้างนานกว่า 120 ปี เพื่อถวายแด่เทพเจ้าอาร์เทมีส ตัววิหารถูกสร้างด้วยหินอ่อนที่มีลวดลายเลียนแบบศิลปะโบราณของกรีก ซึ่งชาวกรีกเชื่อกันว่าเทพเจ้าอาร์เทมีสสามารถช่วยชาวเมืองจากภัยพิบัติต่างๆได้

วิหารนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 54,000 ตารางฟุต หลังคาทำจากกระเบื้องหินอ่อนที่ถูกยึดไว้ด้วยเสาหินขนาดใหญ่กว่า 100 เสา ภายในวิหารมีรูปปั้นของเทพเจ้าอาร์เทมีส ที่ชาวกรีกเคยนำสิ่งของมีค่ามาสักการะเพื่อขอพร ในภายหลังวิหารแห่งนี้ได้ถูกทำลายโดยชาวกอธ ในช่วงปี ค.ศ. 262 และไม่ได้มีการบูรณะวิหาร เพราะชาวเมืองได้เปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์แทน จึงเหลือเพียงซากปรักหักพังให้เราได้ชมกัน

 

รูปวิหารเทพีอาร์เทมิส

 

 

2.สุเหร่าสีน้ำเงิน

สร้างขึ้นโดยคำสั่งของสุลต่านอาห์เหม็ดที่ 1 เพื่อต้องการสร้างสุเหร่าที่ยิ่งใหญ่กว่าวิหารเซนต์โซเฟีย ซึ่งในยุคนั้นได้รับการยกย่องว่าเป็นวิหารคริสต์ที่ยิ่งใหญ่และงดงามที่สุด จนในปัจจุบันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า สุเหร่าสีน้ำเงินนี้มีความงดงามไม่แพ้วิหารเซนต์โซเฟียเลยแม้แต่นิดเดียวแล้วยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากวิหารเซนต์โซเฟียอีกด้วย

ด้านในถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องชนิดพิเศษสีน้ำเงินเป็นส่วนใหญ่ แล้วเวลาที่แสงอาทิตย์ส่องลอดผ่านหน้าต่างโดมลงมาสะท้อนกับกระเบื้อง จะทำให้ด้านในกลายเป็นสีน้ำเงินไปทั่วทั้งโดม จึงเป็นที่มาของชื่อ สุเหร่าสีน้ำเงิน ในปัจจุบันที่นี่มักใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวตุรกีและเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมด้านในสุเหร่าได้ฟรี

รูปสุเหร่าสีน้ำเงิน

 

 

 

 

3.เมืองโบราณ เอฟิซุส

เมืองเอฟิซุสเป็นมหานครแห่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย ที่ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเมืองหลวงของโรมันในสมัยก่อนยุคคริสตกาล โดยยุคนั้นถือเป็นยุคทองของศิลปะแบบ เฮลเลนนิสติก ที่ชาวกรีกเป็นผู้สร้างขึ้น

สุดยอดงานสถาปัตยกรรมของเมืองเอฟิซุสในยุคนั้นก็คือ The Library of Celsus ( หอสมุดประจำเมือง)หอสมุดแห่งนี้ถือเป็นสถานที่ที่งดงามมากในยุคนั้น ซึ่งต่อมาได้ถูกเผาทำลายลง ทำให้เหลือแต่ส่วนที่เป็นหินอ่อนเท่านั้น

รูปเมืองโบราณ เอฟิซุส

 

 

4.พระราชวังโทพคาปี

สร้างขึ้นในสมัย สุลต่านอาห์เหม็ดที่ 2 บนเนินเขาลูกที่ 3 จากทั้งหมด 7 ลูก แต่ต่อมาไม่นานก็ย้ายไปสร้างพระราชวังแห่งใหม่ บนเนินเขาลูกที่ 1 โดยได้สั่งให้สร้างกำแพงล้อมรอบพระราชวัง พร้อมทั้งติดปืนใหญ่ไว้ที่กำแพงด้วย ชื่อวังโทพคาปีจึงหมายถึง ประตูปืนใหญ่

พระราชวังโทพคาปีมีสไตล์การตกแต่งแบบยุคออตโตมัน สิ่งที่นักท่องเที่ยวมักจะมาชมที่วังแห่งนี้ก็คือ อาคารพระคลังมหาสมบัติ ซึ่งจัดแสดงสมบัติที่เป็นเครื่องราชบรรณาการจากเมืองต่างๆ และจุดเด่นอีกจุดของวังก็คือ พระราชตำหนักแบกแดด เพราะเป็นจุดที่สามารถมองเห็นช่องแคบบอสฟอรัส ได้อย่างเต็มตานับว่าเป็นวิวที่หาชมจากที่ไหนไม่ได้เลยล่ะ

รูปพระราชวังโทพคาปี

 

แหล่งที่มาอ้างอิง รูปพระราชวังโทพคาปี

www.lonelyplanet.com

 

 

 

 

 

5.พระราชวังโดลมาบาห์เช่

นับเป็นพระราชวังที่มีความอลังการมาก เพราะด้านในตกแต่งด้วยศิลปะแบบผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตก บ่งบอกถึงความเจริญทางด้านวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรม ของจักรวรรดิออตโตมัน

ภายในถูกประดับประดาไปด้วยความประณีต มีทั้ง โคมไฟแชนเดอร์เลียทำจากแก้วคริสตัลที่มีน้ำหนักถึง 4 ตัน พรมทอมือที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก บันไดทางขึ้นทำจากไม้วอลนัท อ่างอาบน้ำหินอ่อนและยังมีการตกแต่งด้วยนาฬิกาไปทั่วทั้งวัง โดยถูกตั้งเวลาไว้ที่ 9 นาฬิกา 5 นาที ซึ่งเป็นเวลาที่ประธานาธิบดีมุสตาฟา เคมาล ถึงแก่อสัญกรรม ถ้าใครที่ชอบชมความยิ่งใหญ่ อลังการ รับรองว่าพระราชวังโดลมาบาห์เช่ไม่ทำให้ผิดหวังค่ะ

 

รูปพระราชวังโดลมาบาห์เช่

 

 

 

 

6.ตลาดแกรนด์บาซาร์

ย่านการค้าในบรรยากาศเตอร์กิชที่เก่าแก่กว่า 1,500 ปี เป็นที่โด่งดังในเรื่องของตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีร้านค้ามากกว่า 4,000  ร้าน โดยตลาดแห่งนี้มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1453

ถือเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวและขาช้อป เพราะมีสินค้าหลากหลาย ทั้งกระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ผ้าคลุมไหล่ พรม เครื่องเซรามิก เครื่องหนัง เครื่องรางที่ล้วนแล้วแต่เป็นของขึ้นชื่อของตุรกีทั้งนั้น

แต่ของที่ขายในตลาดนี้จะมีราคาค่อนข้างแพง ขอแนะนำว่าก่อนซื้อทุกครั้งควรต่อราคาไปเลยครึ่งนึง เพราะยังไงพ่อค้าที่นี่ก็ลดให้คุณแน่ๆอยู่แล้ว และไม่ต้องกลัวว่าจะโดนเขาไล่นะคะ จะมีก็แต่เดินมาตื้อลดราคาให้คุณเพิ่มอีกถ้าเราแกล้งทำเป็นไม่สนใจ รับรองว่าคุณจะสนุกสนานกับการซื้อของที่นี่แน่นอน

 

รูปตลาดแกรนด์บาซาร์

 

 

 

ที่มารูปตลาดแกรนด์บาซาร์ http://www.theguideistanbul.com/article/grand-bazaar

 

 

 

 

7.คัปปาโดเกีย

เมืองที่มีรูปร่างหน้าตาพิลึกเหมือนอยู่นอกโลก ที่ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.1985 และรูปร่างหน้าตาที่แปลกประหลาดนั้นเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ3ลูก เมื่อหลายล้านปีก่อน ทำให้เกิดเป็นภูเขาหินทับถมกันเป็นชั้นมากมาย และหลังจากนั้นก็ถูกแดด ลม ฝนกัดกร่อนให้มีลักษณะเหมือนปล่องภูเขาไฟ สมัยนั้นได้มีการปรับปรุงภูเขาหินเหล่านี้ ให้เป็นที่อยู่อาศัย โบสถ์และวิหารโดยการเจาะให้เป็นโพรงหิน จนกระทั่งปัจจุบันนี้ก็ยังคงมีชาวพื้นเมืองอาศัยอยู่บ้างแต่เป็นส่วนน้อย

คัปปาโดเกียมีสถานที่ให้เที่ยวชมหลายแห่งมากเลยค่ะ ทั้งปราสาทอุชหิซาร์ ที่ซึ่งสมัยก่อนเคยถูกใช้เป็นป้อมปราการสำหรับสอดส่องข้าศึก เมืองใต้ดินที่เคยเป็นที่พักอาศัยของคนสมัยก่อนและกิจกรรมนั่งบอลลูนชมวิวทิวทัศน์ในมุมสูงเพื่อชมความงามของเมืองมรดกโลกที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบกันที่สุด

รูปคัปปาโดเกีย

 

 

 

8.สุเหร่าเซนต์โซเฟีย

1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลางของเมืองอิสตันบูล สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ์คอนสแตนติน เมื่อ ค.ศ. 532 เพื่อให้เป็นโบสถ์ของชาวคริสต์ ถือว่าเป็นสุดยอดสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ของยุคนั้น

วิหารประกอบด้วยเสาหินสลัก108 ต้นและภาพจิตรกรรมฝาผนังที่บอกเล่าเรื่องราวความยิ่งใหญ่ของศาสนาคริสต์

ในภายหลังพระเจ้าโมฮัมหมัดที่ 2 ก็ได้ปรับเปลี่ยนจากวิหารให้กลายเป็นสุเหร่าของชาวตุรกีแทน

ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมในลักษณะพิพิธภัณฑ์ นักท่องเที่ยวที่เข้าไปชมวิหารมักไม่พลาดชั้น 2 ที่จะมีจุดชมวิวจากมุมสูงที่มองลงมาแล้วเห็นลานพิธีกรรมของวิหารได้อย่างชัดเจน ถือว่าเป็นจุดที่เหมาะจะถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกจุดนึงเลยล่ะค่ะ

 

รูปสุเหร่าเซนต์โซเฟีย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

9.เดอรินกูยู เมืองใต้ดิน

ถูกค้นพบโดยบังเอิญในปี คใศ.1960 เป็นเมืองใต้ดินที่มีความลึกถึง 11 ชั้น นับว่าลึกที่สุด ใน 40 เมือง ที่ถูกขุดพบ เดอรินกูยูมีการสร้างช่องระบายอากาศไม่ต่ำกว่า 15,000 ช่องทำให้อากาศถ่ายเทสะดวก นับว่าเป็นการออกแบบที่สมบูรณ์แบบเลยก็ว่าได้เพราะมีทั้ง ที่เก็บน้ำ ร้านค้า ห้องพัก ห้องเก็บไวน์ ห้องเรียน ห้องสาธารณะ ห้องถนอมอาหาร คอกม้าและโบสถ์

 

เมืองใต้ดินแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยชาวคริสต์ เพื่อใช้เป็นที่อาศัยและหลบภัยจากการรุกรานของพวกโรมันที่ต่อต้านศาสนาคริสต์  ในยุคโบราณที่ยังไม่มีเครื่องไม้ เครื่องมือใดๆ ถือว่าการสร้างเมืองใต้ดินที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยนะคะ ถือเป็นสถานที่ที่ควรไปชมให้ได้เลยล่ะค่ะ

 

รูปเดอรินกูยู

 

 

 

 

 

 

10.ปามุคคาเล

เป็นลานแคลเซียมที่มีความยาวกว่าสองพันเมตร ที่ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องลงไปแช่ในแอ่งน้ำแร่ ซึ่งเชื่อกันว่าช่วยรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้อได้ เพราะในน้ำแร่ของที่นี่เต็มไปด้วยแร่ธาตุหลากชนิดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

น้ำแร่ที่ไหลมาจากชั้นบนสู่ชั้นล่างทำให้เกิดเป็นปฏิมากรรมทางธรรมชาติ มีลักษณะเป็นหินปูนสีขาวรูปร่างคล้ายหอยแครง ทำให้ ปามุคคาเล ถูกยกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของประเทศตุรกีด้วยค่ะ

สถานที่ทั้ง 10 ที่ยกมาด้านบนนั้นเป็นเพียงส่วนเล็กๆจากอีกหลายที่ในตุรกี ที่ไม่ควรพลาดเท่านั้น ถ้าใครอยากจะรู้หรืออยากสัมผัสด้วยตัวเองว่าความยิ่งใหญ่และสวยงามของดินแดน 2 ทวีปนั้นเป็นยังไง และจะมีสถานที่ไหนที่น่าไปอีก ต้องลองไปดูด้วยตาตัวเองสักครั้งนึงนะคะ แล้วคุณจะหลงรักตุรกี

 

 

รูปปามุคคาเล

 

 

 

 

 

 

 

 

Leave a Reply

*