
ดินแดนแห่งทะเลทราย เรื่องอากาศไม่ต้องพูดถึงเพราะค่อนข้างร้อนอยู่แล้วค่ะ ประเทศจอร์แดนเป็นหนึ่งในประเทศแถบตะวันออกกลางที่หลายๆ ท่านอาจจะยังไม่รู้จักมากนักและอาจจะไม่ทราบว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่งดงามหลายแห่งตั้งอยู่ที่นี้ เรียกได้ว่าได้ลองมาเยือนแล้วล่ะก็จะต้งอหลงเสน่ห์เลยล่ะ เพราะประเทศนี้เป็นทั้งศูนย์รวมแห่งสถาปัตยกรรมและอารยธรรมโบราณมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กรีก ยิว โรมัน อาหรับ อิสลาม และออตโตมัน เนื่องจากเป็นดินแดนที่เคยปกครองโดยจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่มาโดยตลอด อีกทั้งยังยังเป็นดินแดนที่ว่ากันว่าเป็นที่ที่โมเสสได้นำชาวยิวเดินทางหนีมาจากอียิปต์และได้เสียชีวิตลงที่นี้ตรามคัมภีร์ไบเบิล
ในเรื่องของภูมิประเทศที่เป็นทะเลทรายแห่งนี้มีทั้งหมด 4 ฤดูคือฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัด นักท่องเที่ยวจึงเลือกที่จะไปเที่ยวประเทศจอร์แดนในฤดูหนาวมากกว่าค่ะ แต่ถึงแม้ว่าจะมาในช่วงหน้าหนาวหรือระหว่างกันยายนถึงตุลาคม แต่อากาศในช่วงกลางวันก็จะร้อนมากอยู่ดี แนะนำให้ใส่เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว พร้อมนำหมวกไปด้วยนะคะ หากท่านคำนึงเรื่องความปลอดภัยละก็ ไม่ต้องเป็นห่วงเลยค่ะ เพราะจอร์แดนถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยมากๆ ในหมู่ประเทศด้านตะวันออกกลางเลยค่ะ
เรามาดูไฮไลท์ที่แรกของประเทศนี้เลยค่ะ นั้นก็คือนครเพตรา (Petra) เมืองนี้มีอายุ 2,000 ปีและเป็นที่ตั้งของวิหารสีชมพู (Al-Khazneh/ The Treasury) ที่เกิดจากการแกะสลักลงไปในหินผา ที่นี้เองที่ได้รับการแต่งตั้งว่าเป็นหนึ่งในมรดกโลกจากยูเนสโก ในส่วนของตอนกลางวันนั้น วิหารแห่งนี้จะงดงามมากเมื่อแสงอาทิตย์ฉายลงมา แต่ในตอนกลางคืนจะมีงานที่เรียกว่า Petra By Night เป็นการแสดงโชว์หน้าวิหารสีชมพูโดยมีการจุดเทียนให้สว่างไสวทั่วอนาบริเวณ ถือเป็นสถานที่ที่โรแมนติกที่สุดในประเทศจอร์แดนเลยล่ะค่ะ โดยการแสดงนี้จะมีทุกๆ วันจันทร์ พุธ และพฤหสบดีค่ะ
ถัดมาคือทะเลเดดซี (Dead Sea) ซึ่งเป็นทะเลสาปที่ขึ้นชื่อได้ว่าเค็มที่สุดในโลกและเป็นจุดที่ต่ำที่สุดของโลก มีความเค็มกว่า 30% (จากปกติ 3%) และไม่มีสิ่งมีชีวิตใดสามารถอยู่ในที่แห่งนี้ได้ โดยเป็นทะเลสาปที่กั้นระหว่างประเทศจอร์แดนและอิสราเอล นักท่องเที่ยวส่วนมากนิยมมาที่นี้เพื่อมานอนลอยตัวในน้ำซึ่งสามารถรักษาโรคผิวหนังบางโรคได้และใช้โคลนของที่นี้มาพอกตัวเนื่องจากมีสรรพคุณทางด้านความสวยความงามค่ะ
นอกจากนั้นเมื่อคุณมาเยือนที่นี้ คุณยังสามารถเดินทางท่องไปยังทะเลทรายวาดิรัม (Wadi Rum) สุดลูกหูลูกตาที่เต็มไปด้วยเทือกเขาหิน เมาท์เนโบ (Mount Nebo) สถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์แห่งโมเสส (Moses) ที่ท่านสามารถเข้าไปชมกระเบื้องโมเสคที่บอกเล่าชีวิตประจำวันของชาวบ้านในอดีตอย่างงดงาม โบสถ์กรีก-ออโธดอกซ์แห่งเซนต์จอร์จ (Greek Orthordox Basilica of Saint George) ที่ท่านสามารถเข้าไปชมพื้นกระเบื้องโมเสคเป็นรูปบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์หรือเมืองเยรูซาเลม (Mosaic Map of Holy Land) ชมโรงละครโรมัน (Roman Theatre) ปราสาทเมืองอัจลุน (Ajloun Castle) ซึ่งเป็นจุดยุธศาสตร์ที่ใช้ในการรบในดีต เดินเที่ยวในนครเจอราซ (Jerash) ซึ่งเป็นซากเมืองโรมันที่สมบูรณ์มากที่สุดในแถบตะวันออกกลาง มีสถานที่สำคัญและวิหารเทพสมัยโรมันมากมาย โอ้ย บรรยายที่เที่ยวสวยๆ ไม่หมดเลยจริงๆ ค่ะ
สำหรับการท้องเที่ยวในประเทศนี้นะคะ นักท่องเที่ยวส่วนมากเลือกที่จะนั่งรถแทกซี่หรือเหมารถไป ดังนั้นหากท่านอยากลองไปเที่ยวประเทศนี้ล่ะก็ การไปกับบริษัทนำเที่ยวถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะอำนวยความสะดวกให้ท่านมากทีเดียว (ก็แหม การผจญภัยเองในอากาศร้อนๆ มันก็ลำบากพอดูเลยล่ะค่ะ) หากท่านเลือกเดินทางกับ Itchy feet แล้วล่ะก็ นอกจากเราจะพาท่านเดินทางไปยังสถานที่งดงามดังกล่าวข้างต้นแล้ว เรื่องอาหารการกินขอบอกว่าไม่อั้น แถมเราจะพาท่านล่องเรือกระจก (Glass Boat) ไปในทะเลแดงที่เป็นตำนานแห่งทะเลแหวกของโมเสส พร้อมทานอาหารแบบบุพเฟต์บาบีคิวบนเรือและชมสิ่งมีชีวิตและบรรยากาศใต้น้ำ ดีย์ขนาดนี้ขอบอกว่าถ้าได้ไปสักครั้งล่ะก็จะเป็นความทรงจำที่ไม่รู้ลืมเลยล่ะค่ะ
23-Nov-2017 - 23-Feb-2018 45,888 บาท |
08-Sep-2017 - 22-Mar-2018 54,999 บาท |
16-Sep-2017 - 31-Mar-2018 57,888 บาท |
FAX :10143450
Tax ID : 0105553102226