
ดูไบเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในตะวันออกกลางทึ่ขึ้นชื่อเรื่องความร่ำรวยจากทรัพยากรน้ำมันที่มีในประเทศ นักท่องเที่ยวจึงเลือกที่จะเข้าไปเยือนประเทศนี้เพื่อชมความอลังการของตึกที่สูงที่สุดในโลกอย่างตึกบรุจญ์เคาะลิฟะห์ (Burj Kalifah) ตึกบรุญจ์อัลอาหรับ (Burj Al Arab) โรงแรมระดับ 7 ดาวที่โดดเด่นด้วยรูปทรงเรือใบ มัสยิดกลางชีคซาเญด (Sheikh Zayed Grand Mosque) ซึ่งเป็นมัสยิดหินอ่อนขาวที่ยิ่งใหญ่อลังการที่ภายในมีพรมเปอร์เซียที่ใหญ่ที่สุดในโลกและโคมไฟระย้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก นั่งรถ Monorail เข้าไปชม The Palm ซึ่งเป็นเกาะเทียมและสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลกเกิดจากการถมเกาะด้วยน้ำมือมนุษย์เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและรีสอร์ทแห่งอนาคต ตื่นเต้นไปกับการตะลุยทะเลทราย (Dune Tour) และสถานที่ท่องเที่ยวอีกมายมายที่เราจะนำมาเสนอท่านในวันนี้ค่ะ
แต่ก่อนจะเข้าไปเที่ยวเมืองดูไบ เราต้องทำความเข้าใจกับภูมิประเทศและวัฒนธรรมของประเทศเขาซะก่อนนะคะ
ดูไบเป็นหนึ่งในรัฐ (emirate) ทั้งหมด 7 รัฐของสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United ArabEmirates: UAE) โดยสภาพอากาศจะร้อนแห้งเพราะอยู่ท่ามกลางทะเลทราย โดยมีอุณหภูมิระหว่างต่ำสุดคือเกือบ 10 องศาเซลเซียส ไปจนถึงอุณหภูมิที่ระดับ 48 องศาเซลเซียส เลยทีเดียว เนื่องด้วยเป็นเมืองที่เป็นมุสลิม การมาเที่ยวเมืองนี้ท่านจึงต้องเตรียมชุดผ้าที่ไม่หนาและหนักมาก แต่สามารถคลุมทั้งตัว และคลุมหัวด้วย รวมถึงแว่นตากันแดดก็จำเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากแสงแดดที่แผดจ้าแล้ว เราจะบอกท่านอีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไมไอเท็มนี้ถึงจำเป็นในการท่องเที่ยวเมืองนี้ค่ะ
นอกจากไฮไลท์แต่ละแห่งเบื้องต้นแล้ว ที่เมืองนี้ก็ยังมีห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเดอะดูไบมอลล์ (The Dubai Mall) นอกจากจะมีสินค้าแบรนด์เนมมากมายให้เลือกซื้อแล้ว แน่นอนว่าที่นี้ปลอดภาษีค่ะ หลังจากชอปปิ้งจนหนำใจแล้ว ท่านยังสามารถชม Dubai aquarium and underwater zoo ซึ่งเป็นตู้ปลาขนาดใหญ่ในห้างพร้อมกับน้ำพุเต้นระบำซึ่งเป็นโชว์การแสดงขึ้นชื่อได้ที่หน้าห้างดูไบมอลล์ด้วยแหละ อยากจะกระซิบบอกว่ามุมเก๋ๆ ถ่ายรูปเพียบเลยค่ะ
ชอปปิ้งกันต่อรัวๆ ที่ ตลาดค้าทอง (Gold Souk) และตลาดเครื่องเทศ (Herbs Souk) ซึ่งที่ตลาดค้าทองนีแหละค่ะที่เราได้บอกข้างต้นว่าแว่นตากันแดดถือเป็นไอเท็มที่สำคัญมากกก เพราะว่าหากไม่มี ตาของท่านอาจจะพร่าไปชั่วขณะเพราะทองที่นำมาวางขายเรียงรายอยู่ที่นี้นั้นมันช่างจ้าเสียจริงๆ ส่วนตลาดเครื่องเทศนั้นก็จะมีสินค้าชำพวกเครื่องเทศขึ้นชื่อและชานานาชนิด ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อกันตามสะดวก
หากท่านใดยังพอมีเวลา ก็สามารถแวะเวียนไปเยี่ยมทะเลจูเมร่าห์ (Jumerah Beach) ซึ่งเป็นทะเลน้ำจืดที่มีความสวยงามไม่แพ้ทะเลจริง มหกรรมวัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาหรับ (Global Village) ซึ่งเป็นกระโจมขนาดใหญ่จากกว่า 40 ประเทศ จัดแสดงวัฒนธรรมหลากหลายจากทุกมุมโลกและมีการจำหน่ายอาหารพื้นเมืองสินค้า และงานหัตถกรรมมีชื่อจากทั่วโลก ส่วนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Ferrari World Theme Park) และชมพิพิธภัณฑ์ (Dubai Museum) ที่บอกความเป็นมาและวัฒนธรรมของดูไบได้ค่ะ
ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมดนี้ ท่านจะได้เข้าชมอย่างจุใจโดยพร้อมการอำนวยความสะดวกครบครัน ท่านเพียงแค่เตรียมเงินมาชอปปิ้งและใจมากับเราก็พอ โดยบริการพิเศษจากเรามีมากมายค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอาหารในโรงแรมหรูๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นโรงแรมทอง (Emirates Palace) ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง The Fast 7 โรงแรมแอตเลนติก เดอปาล์ม ดูไบ (Atlantis The Palm Dubai agoda) พาท่านดื่มด่ำกับบรรยากาศกลางทะเลทราย ขี่อูฐ ชมพระอาทิตย์ตกดินและระบำหน้าท้อง มันก็จะไฮโซเมืองอาหรับอยู่หน่อยๆ อะ
07-Sep-2017 - 30-Oct-2017 21,999 บาท |
01-Jan-1970 - 01-Jan-1970 26,555 บาท |
08-Dec-2017 - 12-Dec-2017 45,900 บาท |
FAX :10143450
Tax ID : 0105553102226